หน้าแรก | เกี่ยวกับหน่วยงาน | อัลบั้มภาพ | ติดต่อเรา | สมาชิก
 
ฟันธง ทิ้งรถคันแรกแสนราย 'คลัง'โล่งใจเซฟเงินหมื่นล้าน
  สรรพสามิตฟันธงประชาชนทิ้งสิทธิ์โครงการรถคันแรกแน่ 1 แสนราย แจงช่วยลดภาระงบประมาณราว 1 หมื่นล้านบาท พร้อมดำเนินคดีผู้กระทำผิดเงื่อนไข 4-5 ราย ธุรกิจรถเช่าซึมหนัก
    นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ขณะนี้ยอดผู้จองสิทธิ์ในโครงการรถยนต์คันแรกที่ยังค้างอีก 1.2 แสนราย จากจำนวนผู้ได้รับสิทธิ์ 1.247 ล้านราย หรือคิดเป็นเงิน 9.13 หมื่นล้านบาท เชื่อว่าประมาณ 1 แสนราย ได้ทิ้งใบจองแล้ว เนื่องจากที่ผ่านมาค่ายรถยนต์ขนาดใหญ่ได้ทำการปิดบัญชี รวมทั้งผู้จองสิทธิ์บางรายเปลี่ยนใจไปซื้อรถใหม่ที่มีโปรโมชั่นที่น่าสนใจกว่า หรือบางรายจองไว้หลายยี่ห้อและรับรถไปแล้วโดยไม่ได้ยกเลิกอีกยี่ห้อหนึ่ง
    “ที่ผ่านมากรมสรรพสามิตได้หารือกับผู้ประกอบการและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ (ดีลเลอร์) ที่ไม่ได้กำหนดเวลารับรถไว้ในเอกสาร จึงให้ทำจดหมายไปสอบถามผู้จองว่ายังยืนยันจะรับรถหรือไม่ หากผู้จองไม่มารับรถยนต์ตามกำหนดให้ถือว่าสละสิทธิ์ รวมถึงกรมก็ได้ส่งข้อความไปถึงผู้ขอใช้สิทธิ์เช่นเดียวกัน แม้ปัจจุบันจะมีตัวเลขรับรถยนต์ยังเคลื่อนไหวอยู่เดือนละ 4-5 พันราย แต่เชื่อว่าประมาณ 1 แสนราย ได้ตัดสินใจทิ้งใบจองแล้ว ซึ่งคาดว่าในสิ้นเดือน ม.ค.ปีนี้ น่าจะได้ข้อสรุปของโครงการทั้งหมด” นายสมชายกล่าว
    อย่างไรก็ตาม มองว่าผู้สละสิทธิ์รถยนต์คันแรกประมาณ 1 แสนรายนั้น ถือเป็นไปตามการคาดการณ์ที่คาดว่าจะมีผู้จองสิทธิ์ยกเลิกใช้สิทธิ์ในโครงการดังกล่าว อยู่ที่ 10% ซึ่งจะช่วยลดรายจ่ายในโครงการดังกล่าวกว่า 1 หมื่นล้านบาท โดยปีงบประมาณ 2558 กรมสรรพสามิตคาดว่าจะต้องตั้งงบประมาณจ่ายคืนอีก 1 หมื่นล้านบาท จากก่อนหน้านี้ที่ตั้งงบประมาณปี 2555-2556 อยู่ที่ 3 หมื่นล้านบาท และงบประมาณปี 2557 อยู่ที่ 4 หมื่นล้านบาท โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 8 ม.ค.2557 มีผู้ได้รับเงินคืนจากโครงการไปแล้ว 7 แสนราย คิดเป็นเงิน 5 หมื่นล้านบาท
    ทั้งนี้ กรณีผู้รับรถไปแล้วและยังถือครองสิทธิ์ไม่ครบ 1 ปี ยังไม่ได้รับเงินคืนไม่เกิน 100,000 แสนบาท จากกรมสรรพสามิตนั้น หากกระทำผิดเงื่อนไข หรือรถถูกยึด จะไม่ส่งผลกระทบกับกรมสรรพสามิต แต่หากเป็นกรณีที่ถือครองรถยนต์ครบ 1 ปี และได้รับเงินคืนจากกรมสรรพสามิตไปแล้ว ผู้ซื้อจึงจะต้องนำเงินมาคืนกรมสรรพสามิต โดยขณะนี้มีผู้ที่ได้รับเงินจากกรมสรรพสามิตไปแล้ว แต่ทำผิดเงื่อนไข ซึ่งมีทั้งหมด 500-600 ราย ซึ่งได้นำเงินส่งเงินคืนให้กรมแล้ว ส่วนการกรณีฟ้องร้องอยู่ที่ 4-5 ราย ซึ่งได้ให้กรมบัญชีกลางดำเนินการแล้ว
      นายนที วรรธนะโกวินท์ อุปนายกสมาคมรถเช่าไทย และกรรมการผู้จัดการ บริษัท แจแปนเร้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดรถเช่าในปี 2556 ที่ผ่านมาหดตัวลงประมาณ 10-15% โดยมีผลมาจากปัจจัยด้านการเมืองที่ผันผวน ทำให้นักท่องเที่ยวลดลง และนักลงทุนบางส่วนมีการชะลอแผนงานที่จะลงทุนในประเทศไทย นอกจากนั้นแล้วยังมีปัจจัยเรื่องรถคันแรก ที่ผู้บริโภคหันไปใช้รถส่วนตัวแทนที่จะเช่ารถท่องเที่ยว
         "ตามปกติธุรกิจรถเช่าจะเติบโตประมาณปีละ 7-12% แต่ในปีที่ผ่านมามีปัจจัยกระทบหลายประการ และเราก็มีการพูดคุยกับผู้ประกอบการในธุรกิจรถเช่าทั้งในระยะสั้นและระยะยาว พบว่าหลายรายมีการปรับลดเป้าหมายลงเล็กน้อย รวมไปถึงมีการทำธุรกิจกันอย่างระมัดระวัง และมีผู้ประกอบการรายย่อยหลายๆ รายที่ต้องปิดตัวลงไป เนื่องจากไม่สามารถแข่งขันได้"
       ขณะที่ภาพรวมตลาดรถเช่าในปี 2557 ยังคงประเมินสถานการณ์ไม่ได้ เนื่องจากต้องรอดูปัจจัยด้านการเมืองว่าจะยืดเยื้อหรือไม่ อย่างไรก็ตาม คาดว่าตลาดยังคงชะลอตัว.
แหล่งที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยโำำพสต์
วันที่ลงข่าว : 9 ม.ค. 2557
« กลับ
ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ
มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
126/1 ถ.วิภาวดีรังสิต แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์: 0-2697-6341
โทรสาร: 0-2697-6342
อีเมล: utcccebf@yahoo.com
หน้าแรก   เกี่ยวกับหน่วยงาน  ข่าวและกิจกรรม  งานวิจัย  บทวิเคราะห์สถานการณ์ >
รายงานภาวะเศรษฐกิจ  ดัชนี  หอการค้าโพลล์  AEC  สถิติ   ดาวน์โหลด  อัลบั้มภาพ  ติดต่อเรา
ท่านสามารถนำเนื้อหาไปใช้แสดงดัดแปลงเผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา
ห้ามใช้เพื่อการค้า และต้องแนบสัญญาอนุญาตชนิดเดียวกันนี้ไปกับงานที่เผยแพร่ต่฿เว้นแต่จะระบุเป็นอย่างอื่น
Copyright © 2013 The Center for Economic and Business Forecasting