หน้าแรก | เกี่ยวกับหน่วยงาน | อัลบั้มภาพ | ติดต่อเรา | สมาชิก
 
“นิวัฒน์ธำรง” ยันไร้ปัญหาจ่ายเงินจำนำข้าวชาวนา หลังครม.มีมติให้ ธ.ก.ส. สำรองจ่ายก่อน
 “นิวัฒน์ธำรง” ยันไร้ปัญหาจ่ายเงินชาวนา ชี้ครม.มีมติให้ ธ.ก.ส.สำรองจ่ายก่อน โดยได้ดอกเบี้ยและค่าบริหารจัดการ ระบุพาณิชย์เตรียมขายข้าวผ่านเอเฟทอีกรอบ ฟุ้งเป็นข้าวใหม่รวม 1.5 แสนตัน เชื่อได้ราคาสูงขึ้น ด้านนักวิชาการค้านนำเงินฝาก ธ.ก.ส.มาจ่ายชาวนา ระบุเสี่ยงต่อความมั่นคงของสถาบันการเงิน นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รักษาการรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรณีที่ให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) นำเงินสำรองของธนาคารวงเงิน 5.5 หมื่นล้านบาท มาชำระเป็นค่าข้าวให้ชาวนาที่ค้างจ่ายในโครงการรับจำนำนั้น ยืนยันว่าเป็นมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) แล้วซึ่งคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา เพราะวงเงินดังกล่าวเป็นเหมือนวงเงินโอดี ที่ธ.ก.ส.จะได้รับดอกเบี้ย ซึ่งปกติอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ที่ประมาณ 3.5-3.7% ถือว่าสูงกว่าการปล่อยกู้ทั่วไป นอกจากนี้ ที่ทุกครั้ง ธ.ก.ส. ก็ยังได้รับเงินค่าดำเนินการ ในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกด้วย จึงเห็นว่า ธ.ก.ส.ไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องการนำสภาพคล่องมาใช้ก่อนในระหว่างที่ยังรอเงินจากการระบายข้าวของกระทรวงพาณิชย์
 ทั้งนี้ขอย้ำอีกครั้งว่าเกษตรกรที่นำข้าวเปลือกเข้าโครงการจำนำข้าวจะได้รับเงินค่าข้าวอย่างแน่นอน โดยกระทรวงการคลังจะเป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องการจัดหาเงินซึ่งนโยบายการรับจำนำข้าวเป็นนโยบายที่ครม.มีมติออกมาก่อนการยุบสภา และเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปีที่แล้วจึงต้องดำเนินการต่อ ส่วนกรณีที่มีชาวนาออกมาเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลจ่ายเงินให้นั้น หากมีโอกาสก็ต้องการเรียกตัวแทนชาวนามาชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจแต่ขณะนี้ยังไม่สามารถทำได้เพราะอยู่ในช่วงสถานการณ์ทางการเมืองที่ไม่สงบ แต่ก็ได้ชี้แจงผ่านสื่อมวลชนมาโดยตลอด
“หลังจากที่ได้ข่าวมาว่ารัฐบาลไม่มีเงินจ่ายให้ชาวนาในโครงการรับจำนำข้าวผมก็สอบถามไปยังรัฐมนตรีที่กำกับดูแล ธ.ก.ส.แล้วก็ได้รับการยืนยันว่าไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน แต่หากมีปัญหาจริงๆก็ต้องมีการหารือร่วมกันอีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไร”
 ส่วนการระบายข้าวในสต็อกรัฐนั้นล่าสุดกระทรวงพาณิชย์จะเปิดประมูลขายข้าวสต็อกผ่านตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย(เอเฟท) ครั้งที่ 1/2557 ปริมาณรวม 1.5 แสนตัน โดยเป็นข้าวเปลือกจากโครงการรับจำนำในฤดูการผลิตนาปี ปี 2556/57 ทั้งข้าวสารขาว 5% และข้าวหอมมะลิ กำหนดรับมอบเดือนมีนาคม,เดือนเมษายนและเดือนพฤษภาคม กำหนดให้ยื่นซองประมูลในวันที่ 15 มกราคม 2557 โดยการเปิดประมูลในครั้งนี้คาดว่าจะได้ราคาดีที่ เพราะมีคนให้ความสนใจมากขึ้นเพราะเป็นข้าวใหม่
 ด้านดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า รัฐบาลไม่ควรนำเงินฝากของ ธ.ก.ส.มาใช้ในโครงการรับจำนำข้าวเนื่องจากมีความสุ่มเสี่ยงต่อความมั่นคงของสถาบันการเงินซึ่งก่อนหน้านี้ธนาคารฯมีภาระในการนำเงินบางส่วนไปใช้ในการอุดหนุนโครงการแล้วเป็นจำนวนมาก ดังนั้นการใช้เงินสภาพคล่องของธนาคารเพิ่มเติมอีกอาจเพิ่มภาระให้กับธนาคารในอนาคต ขณะเดียวกันก็ไม่เห็นด้วย ที่นำเงินฝากของธนาคารพาณิชย์อื่น ๆ มาใช้ในการอุดหนุนโครงการเพราะอาจเกิดหนี้เสียเหมือนกับธนาคารเอสเอ็มอี เมื่อเกิดปัญหาจะแก้ไขได้ยากในระยะยาว โดยเห็นว่าการแก้ปัญหาการจ่ายเงินในโครงการรับจำนำข้าวรัฐควรเป็นผู้จัดหางบประมาณในการดำเนินการ หรือ ใช้งบประมาณจากการระบายข้าว แต่หากมีความจำเป็นรัฐอาจกู้โดยใช้งบกลางที่มีมติ ครม.หรือรัฐสภาเห็นชอบ   
แหล่งที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ
วันที่ลงข่าว : 10 ม.ค. 2557
« กลับ
ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ
มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
126/1 ถ.วิภาวดีรังสิต แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์: 0-2697-6341
โทรสาร: 0-2697-6342
อีเมล: utcccebf@yahoo.com
หน้าแรก   เกี่ยวกับหน่วยงาน  ข่าวและกิจกรรม  งานวิจัย  บทวิเคราะห์สถานการณ์ >
รายงานภาวะเศรษฐกิจ  ดัชนี  หอการค้าโพลล์  AEC  สถิติ   ดาวน์โหลด  อัลบั้มภาพ  ติดต่อเรา
ท่านสามารถนำเนื้อหาไปใช้แสดงดัดแปลงเผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา
ห้ามใช้เพื่อการค้า และต้องแนบสัญญาอนุญาตชนิดเดียวกันนี้ไปกับงานที่เผยแพร่ต่฿เว้นแต่จะระบุเป็นอย่างอื่น
Copyright © 2013 The Center for Economic and Business Forecasting